|
นวัตกรรมการศึกษาสำหรับสหัสวรรษใหม่  ห้องเรียนเสมือน (THE
VIRTUAL
CLASSROOM)

การปฏิรูปการเรียนรู้
โดย ดร. อุทัย ดุลยเกษม  
การเรียนรู้คืออะไร?
|
1. การรับรู้
(RECEPTION) 2. การทำความเข้าใจ
(COMPRFHENSION) 3. การปรับเปลี่ยน
(TRANSFORMENTION)
|
การรับรู้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการเรียนรู้เท่านั้น
การปรับเปลี่ยนถึงจะกล่าวได้ว่าเป็นการเรียนรู้ที่แท้จริง เพราะฉะนั้นการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ก็คือ
การปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง การเรียนรู้ (Learning)
ต้องปรับเปลี่ยนจาก
ความรู้ (Knowledge) ทัศนคติ (Attitude) และจิตพิสัย (Psychomotor)
มนุษย์เราเรียนรู้ผ่านทางใดบ้าง?
|
1. การฟัง 2. การอ่าน 3. การสัมผัส 4. การลงมือกระทำจริง 5. ได้ผ่านประสบการณ์ 6. การเลียนแบบ 7. การสอนช่องทางดังกล่าวเรียกว่า
ช่องทางการเรียนรู้ (Channels learning)
|
การปฏิรูปการเรียนรู้สำคัญอย่างไร?
|
1. อัตราการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งจะเร็วขึ้น 2. คุณค่าดั่งเดิมยังไม่เปลี่ยน 3. ความสลับซับซ้อนของปัญหาจะเพิ่มมากขึ้น 4. ทรัพยากรธรรมชาติจะหมดไป 5. ข้อมูลข่าวสารจะเพิ่มมากขึ้น 6. ความขัดแย้งจะเพิ่มมากขึ้น
ความรุนแรงจะเพิ่มขึ้น 7. จริยธรรมจะเสื่อมลง
(จริยธรรมแปลว่า ความสัมพันธ์) 8. ระบบครอบครัวและชุมชนจะอ่อนแอลง 9. ความหลากหลายของสรรพสิ่งจะลดลง 10. คนเราจะใช้ข้อมูลอย่างผิวเผินในการตัดสินใจ
|
ถ้าต้องการจะปฏิรูปการศึกษาจิตใจจะต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนและครูจะต้องเป็นผู้เรียนรู้ร่วม
ผู้สนับสนุน ทุกอย่างเพื่อพร้อมที่จะให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้ด้วยใจคุณสมบัติที่คนไทยพึงประสงค์ในสหัสวรรษใหม่
|
1. curiosity
(ใฝ่รู้) 2. creativity
(ความคิดสร้างสรรค์) 3. competencies
(ทำอะไรได้ด้วยตนเอง) 4. critical
thinking (ความคิดเชิงวิพากษ์) 5. community
- ness (ให้ความร่วมมือกับชุมชน) 6. common sense
(สามัญสำนัก) 7. (moral) courage
(ความกล้าหาญ)
|

แนวคิดการจัดห้องเรียนเสมือน
โดย ผศ.มนตรี แย้มกสิกร
 
ความคิดรวบยอด

ห้องเรียนเสมือน
เป็นการจัดสิ่งแวดล้อมในความว่างเปล่า (space) โดยอาศัยศักยภาพของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
เพื่อให้เป็นการจัดประสบการณ์เสมือนจริงแก่ผู้เรียน นอกจากนั้นยังมีสิ่งสนับสนุน
อื่นๆที่จะช่วยทำให้การมีปฏิสัมพันธ์แบบเผชิญหน้าที่บางโอกาสอาจจะเป็นไปไม่ได้หรือเป็นไปได้ยากนั้นสามารถกระทำได้เสมือนบรรยากาศการพบกันจริงๆ
กระบวนการทั้งหมดดังที่กล่าวมานี้มิใช่เป็นการเดินทางไปที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยแต่จะเป็นการเข้าถึงด้วนการพิมพ์การอ่านข้อความหรือข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ที่มีซอฟแวร์เพื่อควบคุมการสร้างบรรยากาศแบบห้องเรียนเสมือน
การมีส่วนร่วมจะเป็นแบบภาวะต่างเวลา ซึ่งทำให้มีผู้เรียน
ในระบบห้องเรียนเสมือนสามารถเชื่อมต่อเข้าไปศึกษาได้ทุกที่ทุกเวลา
ห้องเรียนเสมือน

หมายถึง
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ในรูปแบบของ
software โดยมีวัตถุประสงค์ ที่จะช่วยสนับสนุนให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้
โดยสามารถเลือกเวลาและสถานที่ที่จะเรียนรู้ได้ด้วยตนเองโดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการจัดห้องเรียนเสมือนคือ
ระบบปฏิบัติการของห้องเรียนเสมือน ที่ต่างไปจากการเรียนในห้องเยนรวมถึงการประเมินผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนว่าเป็นไตามวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้
หรือไม่นอกจากนั้นสิ่งที่การเรียนในห้องเรียนเสมือนมีคือ การปฏิสัมพันธ์หรือสังคมระหว่างผู้เรียนด้วยกัน
เป็นสิ่งที่ต้องคิดว่าห้องเรียนเสมือนจะทำให้เกิดขึ้นได้อย่างไร
ทำไมต้องมี Virtual
classroom 
เนื่องจากการเรียนการสอนแบบเดิมมีข้อจำกัด
ดังนี้
|
1. สถานที่จำกัดเฉพาะในห้องเรียน 2. การเรียนรู้จำกัดเฉพาะกับครู
ผู้เรียน และตำรา 3. เวลาในการจักการเรียนการสอน 4. โอกาสในการเรียนการสอน
สถานที่เรียนไม่เพียงพอผู้ประสงค์จะเรียน 5. สัดส่วนของครูและนักเรียนไม่เหมาะสม
|
เป้าหมายและวิธีการ

เป้าหมายของห้องเรียนเสมือนเป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลสามารถเข้าถึงและได้รับการศึกษาหลังมัธยมศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ
เป้าหมายเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงเข้ากับคำกล่าวที่ว่า "ถ้าคุณไม่ได้เข้าชั้นเรียนบางทีอาจจะทำให้คุณเรียนได้ไม่มาก"
นอกจากนั้นเป้าหมายประการสำคัญ ที่สอดคล้องและเป็นปัจจัยของห้องเรียนเสมือนคือ
การเรียนแบบร่วมมือ (Collaborative learning)
เป้าหมายพัฒนาโอกาสของการเข้าถึงการศึกษาอาจจะพิจารณาแนวคิกว้างๆที่เกี่ยวกับห้องเรียนเสมือนในประเด็นต่างๆต่อไปนี้
1.
ทำเลเป้าหมาย
ผู้เรียนอาจจะเลือกเรียนรายวิชาใดๆจากผูสอนคนใดคนหนึ่งทั่วโลกหากมีการเปิดโอกาสให้ลงทะเบียนเรียนได้โดยไม่มีขีดจำกัดในเรื่องพื่นที่ 2.
เวลาที่ยืดหยุ่น
ผู้เรียนอาจจะมีส่วนร่วมได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน
การได้รับข้อมูลย้อนกลับจากผู้สอนและเพื่อนที่เรียนร่วมกันจะไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา 3.
ไม่มีการเดินทาง
ผู้เรียนสมารถทำงานและศึกษาอยู่กับบ้านได้อย่างสะดวกสบายซึ่งอาจจะเป็น
ข้อดีสำหรับผู้เรียนที่มีอุปสรรค อันเนื่องมาจากความพิการทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องเดินทางหรือแม้แต่ผู้เรียนที่มีภาวะด้านครอบครัว
ปัจจจัยประการนี้นับเป็นโอกาสที่ทำให้ทุกคนมีทางเลือกและความสะดวกสบาย 4.
ประหยัดเวลา
ผู้เรียนที่จำเป็นต้องเดินทางไปสถานศึกษาถ้าเรียนจากห้องเรียนเสมือนจะประหยัดการเดินทาง 5.
ทำงานร่วมกัน
ด้วยภาพทางเทคโนโลยี ทำให้ผู้เรียนสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันได้ง่ายดาย
ในขณะที่การแลกเปลี่ยนข้อมูลในห้องเรียนปกติ กระทำได้ยาก
ผู้เรียนในระบบห้องเรียนเสมือนจะสามารถอภิปรายปัญหาร่วมกัน แลกเปลี่ยนเค้าโครงงานซึ่งกันและกันได้ 6.
โอกาสการมีส่วนร่วม
ด้วยระบบสื่อสารด้วยคอมพิวเตอร์เป็นสื่อกลาง สามารถเปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน
ในการถามคำถาม การให้ข้อสังเกตและการทำกิจกรรมร่วมกัน
|

|

|
นอกจากจุดเด่นของห้องเรียนเสมือนที่กล่าวมาแล้วนั้นในทางกลับกัน
ข้อจำกัดของห้องเรียนเสมือนอาทิเช่น
1.
แหล่งเรียนมีจำกัด
ในปัจจุบันยังมีสถาบันที่เสนอรายวิชาแบบห้องเรียนเสมือนจำกัดมาก
ทำให้ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับแหล่งที่จะเรียนในปัจจุบัน 2.
เครื่องมือที่จำเป็น
ผู้เรียนจะต้องมีเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ และโมเด็มที่บ้าน
หรือที่ทำงานพร้อมที่จะติดต่อเชื่อมเข้ากับโปรแกรมห้องเรียนเสมือน
ดังนั้น การเรียนในระบบห้องเรียนเสมือน จึงดูคล้ายกับผู้เรียนจะต้องมีฐานะทางเศรษฐกิจดีพอสมควร
หรือไม่ก็จะต้องทำงานในองค์กรที่มีอุปกรณ์เหล่านี้ และพร้อมจะสนับสนุนให้เข้าเรียนได้ 3.
การให้ข้อมูลย้อนกลับล่าช้า
การสื่อสารในชั้นเรียนปกติ จะเป็นการสื่อสารแบประจัญหน้า
การถามคำถามจะได้รับคำตอบทันทีทันใด แต่ในสื่อที่มีการเรียนแบบภาวะต่างเวลาอาจจะต้องรอข้อมูลย้อนกลับ
อาจจะเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน ยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งผู้สอนอาจจะทำให้ข้อมูลย้อนกลับแบบเป็นกลุ่มแบบรวมๆ
มิได้เฉพาะเจาะจง ให้กับผู้เรียนคนใดคนหนึ่ง อย่างไรก็ตามการให้ข้อมูลย้อนกลับทันที่ทันใดสำหรับห้องเรียนเสมือน
สามารถกระทำได้ ถ้าผู้ที่ร่วมเรียนทุกคนติดต่อกันแบบอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์พร้อมๆกัน
การพูดคุย การให้ข้อมูลย้อนกลับกันและกันจะต้องมีการเตรียมข้อความสำเร็จรูป
จะทำให้การติดต่อระหว่างกันและกันภายในกลุ่มรวดเร็วยิ่งขึ้น
แต่โดยส่วนมากและการเรียนแบห้องเรียนเสมือนมักจะนิยมใช้แบบภาวะต่างเวลา
จึงทำให้คำตอบที่ได้รับล่าช้าออกไป 4.
ทักษะเอกสาร
ผู้เรียนที่จะเรียนในระบบห้องเรียนเสมือน จะต้องมีทักษะในการอ่านและการเขียนเป็นอย่างดี
เพราะผู้เรียนต้องใช้ทักษะในการใช้เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ เพื่อการติดต่อสื่อสาร
การใช้ซอฟแวร์ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาข้อข้องจากการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เบื้องต้นได้
เปรียบเทียบลักษณะห้องเรียนเสมือนกับห้องเรียนปกติ

|
ห้องเรียนเสมือน
|
ห้องเรียนปกติ
|
|
การพิมพ์และการอ่าน
|
การพูดและการฟัง
|
|
สถานที่เรียนใดก็ได้
เวลาใดก็ได้
|
มีการกำหนดตารางเวลาเรียน
|
|
การจดบันทึกถูกบันทึกโดยอัตโนมัติ
|
ผู้เรียนต้องจดบันทึก
|
|
คอมพิวเตอร์ถูกหล่อหลอมเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งอำนวยความสะดวก
|
คอมพิวเตอร์ไม่ได้ถูกจำกัดสำหรับผู้เรียน
|

Computer
Multimedia
 
ความหมายของ
Computer Multimedia 
เทคโนโลยีที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นพื้นฐาน
ที่ประมวลเอาลักษณะของสื่อต่างๆ ซึ่งอาจจะไม่ต้องทุกอย่าง อันได้แก่
ข้อความ (text) กราฟิก (graphics) ภาพเคลื่อนไหว (animation)
เสียง (sound) วิดีโอ (video) โดยทั้งหมดมีคอมพิวเตอร์เป็นตัวควบคุมการทำงานให้ประสานสอดคล้องกัน
หลักการทำงาน
อุปกรณ์ที่จำเป็นของ Computer Multimedia 
หลักการทำงานของ
Computer Multimedia คือจะใช้สื่อหลายตัวประกอบกัน และแต่ละสื่อนั้นจะทำงานสัมพันธ์กันโดยมีคอมพิวเตอร์เป็นตัวควบคุม
ซึ่งมีอุปกรณ์ที่จำเป็นดังนี้ คือ
| 1. ต้องเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วไม่น้อยกว่า
10 MHz อันได้แก่เครื่องที่ใช้ CPU เบอร์ 80286, 80386 หรือ 80486
ที่สามารถวิ่งโปรแกรม Microsoft Windows และ Multimedia extension
ได้ 2. ขนาดหน่วยความจำ
RAM อย่างน้อย 2 MB. 3. การ์ดแสดงผลเป็น
VGA 4. มีระบบ
Digital Audio Subsystem 5. ติดตั้งฮาร์ดดิสก์มีความจุอย่างน้อย
30 MB. 6. มี
CD ROM drive 7. มี
Joystick และ MIDI port
|
การประยุกต์ใช้ประโยชน์ของ
Computer Multimedia ในการเรียนการสอน 
สามารถสื่อความหมายได้รวดเร็วเข้าใจง่าย
สามารถจัดลำดับให้ผู้ใช้ติดตามความต้องการของโปรแกรมได้อย่างสะดวก
สามารถสร้างเงื่อนไขของการวิ่งไปสู่ลำดับของเหตุการณ์ได้อย่างซับซ้อน
ทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้มากมาย สำหรับในการเรียนการสอน เช่น
เพื่อการบันเทิง เพื่อทำสื่อการสอนด้วยสื่อสัมผัสหลากหลาย เพื่อนำเสนอแนวความคิดและข่าวสารข้อมูล
ลดเวลาและลดค่าใช้จ่ายในการเรียนการสอน และเป็นการจูงใจกระตุ้นให้ผู้เรียนต้องการสืบค้น
ตรวจสอบ
วิชา
: Computer in Education เนื้อหา : กัญญาภัค แม๊คมานัส
|