|
|
เลี้ยงบัวด้วยหัวใจ เงินคือผลพลอยได้
![]()
|
"ด้วยเหตุที่คุณแม่ล้มป่วยเป็นโรคอัมพาต
จึงต้องลาออกจากงานประจำเพื่อมาดูแลปรนนิบัติท่านอยู่ที่บ้านเมื่ออยู่เฉยๆ
ไม่รู้จะทำอะไรดี ด้วยความที่เป็นคนรักต้นไม้ ก็เลยไปหาซื้อบัวมาเลี้ยงเล่นๆ
คอยเป็นเพื่อนแก้เหงา
ทั้งๆ ที่ยังไม่มีความรู้เรื่องการเลี้ยงบัว
แต่อาศัยความรักความเอาใจใส่ บัวก็เจริญงอกงามแตกหน่อเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
จนไม่มีที่จะเก็บจึงต้องนำไปขายซึ่งนับว่าเงินเป็นผลพลอยได้ของงานอดิเรกนี้"
เรื่องราวนี้คือที่มาของการเป็นผู้เพาะเลี้ยงบัว ซึ่งมีนามว่า น.ส.
ลักขณา พวงเพ็ชร์
เธอเป็นผู้ซึ่งมีความกตัญญูกตเวทีต่อมารดาที่ไม่สามารถเดินเหินได้สะดวก
ต้องละทิ้งหน้าที่การงานออกมาดูแลรับใช้แม่อยู่ที่บ้าน เมื่อรู้สึกเหงาจึงได้ใช้เวลาว่างให้มีคุณค่าที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นเลี้ยงสุนัข ปลูกต้นไม้ และอีกหนึ่งงานอดิเรกที่ให้ผลตอบแทนเป็นเงิน
ทั้งที่ มิได้คาดหวังก็คือ การเลี้ยงบัว
"ลักขณา"
เล่าว่าบัวต้นแรกที่เลี้ยงเป็นบัวผัน พันธุ์พลายชมพู แล้วก็ซื้อมาเลี้ยงมากขึ้นๆ
เสาะหาพันธุ์แปลกๆ ดอกที่มีสีสวยสดงดงาม จนไม่มีที่จะเก็บ จึงไปใส่กระป๋องเล็กๆ
เพราะตอนนั้นยังไม่มีอ่างน้ำเลี้ยงบัว ส่วนวิธีการดูแลรักษาก็ไม่ค่อยรู้เรื่องมาก่อน
แต่ศึกษาจากการอ่านหนังสือ
เวลาผ่านไป 2 ปี เมื่อบัวนานาพันธุ์ที่เธอค่อยๆ เก็บสะสมเริ่มแตกหน่อขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนมากขึ้น พี่สาวของเธอจึงตัดดอกบัวไปขายที่ทำงาน และคนแถวบ้านเดินผ่านมาเห็นว่าสวยดีจึงขอซื้อ จนกระทั่งมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีเจ้าของร้านขายต้นไม้มาติดต่อขอซื้อบัวถึงที่บ้านเธออยู่เป็นประจำ จึงกล่าวได้ว่าเป็นช่องทางสร้างรายได้ที่ไม่หวังความร่ำรวยแต่เป็นอาชีพอิสระที่ทำอยู่กับบ้านอย่างมีความสุข เพราะไม่ต้องคำนึงถึงหลักการตลาดในเชิงธุรกิจแต่อย่างใด |
|
|
|
"บัวที่ขายอยู่มีมากมายหลายพันธุ์โดยเน้นเลี้ยงบัวที่มีดอกดกๆ บัวที่ขายดีเป็นที่นิยมของนักเลี้ยงบัว อาทิ บัวฝรั่งพันธุ์เอลิซิอาน่า พันธุ์กลอลิโอซ่า ซึ่งมีดอกสีแดง ราคาทั่วไปอยู่ที่ต้นละ 400 บาท บัวผันพันธุ์เซ็นหลุยโก สีเหลือง ราคาประมาณ 700 บาท พันธุ์ไดเร็คเตอร์ สีม่วงน้ำเงิน พันธุ์ข้าวหอม ฯลฯ โดยจะขายดีในช่วงเดือน ก.พ. ถึง พ.ย. เดือนที่บัวออกดอกมากที่สุดคือเดือนพฤษภาคม พอเข้าสู่เดือนธันวาคมอากาศหนาวเย็นทำให้บัวพักตัว ไม่แตกใบ ไม่ผลิดอก การเลี้ยงบัวเป็นงานอดิเรกไม่เพียงแต่จะให้ความสุขเท่านั้น แต่ยังสร้างผลพลอยได้เป็นเงินอีกด้วย ผู้เพาะเลี้ยงบัวจากหัวใจรายนี้ เล่าว่า มีรายได้จากการขายบัวเดือนละ 4,000-5,000 บาท ช่วงเวลาที่ดีใจที่สุดก็คือ เมื่อเราได้เห็นบัวพันธุ์ใหม่งอกเงยขึ้นมาก็จะคิดว่าตั้งชื่อว่าอะไรดี สำหรับเคล็ดลับในการเพาะพันธุ์บัวคือ ถ้าหากบัวได้พักตัวแล้วจะแตกหน่อใหม่ เพราะอะไรที่ใกล้จะตายก็ต้องพยายามขยายพันธุ์เพื่อให้มีชีวิตดำรงอยู่ต่อไป "ลักขณา" เล่าว่าผู้ที่จะยึดอาชีพนี้ต้องมีเวลาเอาใจใส่ให้กับบัวมากๆ ถ้าโชคดีได้บัวพันธุ์ใหม่ สีแปลกตา ก็ยิ่งปลื้มอกปลื้มใจ และยังสร้างความเพลิดเพลิน ช่วยคลายเครียดได้ดี อย่างเช่น บัวชู ที่กำลังฟูมฟักอยู่นี้ออกดอกสีแดงจัด มีลักษณะสมบูรณ์แบบ คือกลีบซ้อนประมาณ 38 กลีบ ดอกไม่ฝ่อและบานต่อเนื่องโดยตั้งชื่อให้ว่า เพชรชมพูเบอร์ 1 ซึ่งคนรู้จักมาแนะนำให้ส่งประกวดในงานสวนหลวง ร.9 ใครที่สนใจเรื่องการเพาะเลี้ยงบัว
เธอยินดีให้คำปรึกษาแก่แฟนบัวพันธุ์แท้ หรือสนใจซื้อบัวที่เลี้ยงด้วยความเอาใจใส่เป็นอย่างดี
ติดต่อได้ที่ ที่มา : เอ็กซ์-ไซท์ ไทยโพสต์ ฉบับที่ 1993 หน้า 23-24 |
Design by
Kanyapak McManus : CSJOY.COM
![]()
![]()
![]()
CSJOY.COM
WEBBOARD-กระดานสนทนา
![]()
![]()
![]()
![]()
Copyright(c) by
CSJOY.COM, All rights reserved.
Identification Number of DBD Thailand 0207314801370