Be a fan on our Facebook CSJOY.COM

Products & Services - สินค้าและบริการ

Our Portfolio - ผลงานของเรา

 

 ‘ชีวีมีสุขอย่างไร ถ้ามีโรคเอส แอล อี’
SLE - Systemic Lupus Erythrematosus


       อันแสงแดด แผดกล้า ฝ่าไม่ได้ แม้นมีไข้ มีเครียด เกลียดหนักหนา
มีติดเชื้อ เนื้อหนัง พังเชียวนา เสี่ยงกินยา นอกระบบ พบเคราะห์กรรม
เอส แอล อี มีชีวิต คิดเป็นสุข ควรไร้ทุกข์ ไร้โศก วิโยคหนา
ออกกำลัง เป็นอาจิณ และกินยา ไม่ลืมมา ตามแพทย์นัด พิพัฒน์เอย.

Health care for SLE disease No sunshine, No serious, No flu , No disease, No worry

Be happy, need exercise , need have medicine the doctor order and need see the doctor

 อาการปวดตามข้อ

อาการตัวร้อนเป็นไข้

 

           ผู้ป่วยโรค เอส แอล อี ส่วนมากเมื่อทราบว่าตัวเองเป็นโรค เอส แอล อี จะมีความกังวลใจ ไม่ทราบว่าตัวเองจะเป็นอย่างไรต่อไป จะมีครอบครัวมีบุตรได้หรือไม่ จะเรียนหนังสือจบไหม จะทำงานที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ได้หรือไม่ โรค เอส แอล อี จะถึงกับทำให้เสียชีวิตหรือไม่ จะมีอายุสั้นลงหรือไม่ คำตอบสำหรับปัญหาเหล่านี้คงอยู่ที่ว่าผู้ป่วยที่เป็นโรค เอส แอล อี หลังจากที่ได้รับการรักษาแล้ว อาการของโรคดีขึ้น โรคสงบลงแค่ไหน ถ้าโรค เอส แอล อี สงบลงจนผู้ป่วยเป็นปกติก็สามารถมีบุตรได้ มีครอบครัวได้เหมือนคนปกติทั่วไปจะเรียนหนังสือหรือทำการงานต่าง ๆ ได้ตามปกติ อายุขัยก็ไม่สั้นกว่าคนปกติ แต่การจะทำให้โรค เอส แอล อี สงบลง ไม่สามารถทำได้ด้วยการรักษาจากแพทย์ หรือจากโรงพยาบาลอย่างเดียวเท่านั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ป่วยที่จะปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง ไม่ให้โรคกำเริบและป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเพื่อให้ภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติเปลี่ยนแปลงกลับสู่สภาพเดิมให้มากที่สุดเพื่อให้โรคสงบลง การใช้ชีวิตของผู้ป่วยโรค เอส แอล อี จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อควรปฏิบัติดังนี้
 
            ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์กิตติ โตเต็มโชคชัยการ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้แนะนำเรื่องนี้ไว้อย่างดีคือ
 
            แสงแดด-ศัตรูตัวร้าย สำหรับคนทั่วไปแสงแดดช่วยให้ร่างกายสร้างวิตามินดี มีประโยชน์ แต่สำหรับผู้ป่วยโรค เอส แอล อี แสงแดดเป็นศัตรูตัวร้ายเพราะพลังงานจากแสงแดดจะทำปฏิกิริยากับเซลล์ที่ผิวหนัง ทำให้กระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติของผู้ป่วยโรค เอส แอล อี ให้กำเริบ ทำให้เกิดการอักเสบที่ผิวหนังและอวัยวะอื่นตามมา นอกจากแสงแดดโดยตรงแล้วไอร้อนจากแสงแดดก็สามารถทำให้โรค เอส แอล อี กำเริบได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นผู้ป่วยโรค เอส แอล อี ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ช่วงเวลา 10.00-16.00 น. ถ้าจำเป็นต้องออกแดดควรสวมเสื้อผ้าแขนยาว-ใส่หมวก (ยิ่งมีปีกกว้างยิ่งดี) และกางร่ม นอกจากนี้ควรใช้ยาทากันแดดที่ป้องกันแสงอัลตราไวโอเลตได้ดี
 
            การพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ป่วยโรค เอส แอล อี ควรมีการนอนหลับพักผ่อนวันละ 6-8 ชั่วโมง การนอนหลับนี้ควรเป็นการนอนหลับที่มีคุณภาพ ไม่ใช่นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ การอดนอน นอนไม่หลับหรือนอนหลับไม่สนิทติดต่อกันหลายวันอาจทำให้โรคกำเริบได้ หรือทำให้โรค เอส แอล อี ไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร
 
            ความเครียด-เพชฌฆาตเงียบ ความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจสามารถทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เลวลงได้ ทำให้โรค เอส แอล อี กำเริบได้ ผู้ป่วยบางรายอาจจะไม่รู้ตัวว่ากำลังมีความเครียดอยู่ก็ได้ แต่การเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังอย่างโรค เอส แอล อี ก็เป็นความเครียดอย่างหนึ่ง แต่จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละรายว่าจะคิดได้หรือทำใจได้อย่างไร ดังนั้นผู้ป่วยโรค เอส แอล อี จึงควรพยายามฝึกจิตใจให้ปล่อยวาง ไม่หมกมุ่นหรือวิตกกังวล  พยายามทำใจให้ยอมรับโรคและปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น  ทำจิตใจให้สงบและค่อย ๆ แก้ปัญหาต่าง ๆ ไปตามลำดับ
 
            การออกกำลังกายเป็นยาวิเศษ การออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ช่วยปรับเปลี่ยนภูมิคุ้มกันให้ทำงานดีขึ้น กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยทำให้จิตใจสบาย สงบและเข้มแข็งขึ้น ทำให้สามารถปรับตัวกับปัญหาต่าง ๆ ได้ดีขึ้น  จึงเป็นประโยชน์สำหรับผู้ป่วยโรค เอส แอล อี แต่การออกกำลังกายที่หักโหมเกินไป จะทำให้เป็นการเพิ่มความเครียดทางร่างกายทำให้โรคกำเริบได้เช่นเดียวกัน
 
            ความสะอาด ปราศจากการติดเชื้อ-กุญแจสู่โรคสงบ โรค เอส แอล อี ถึงแม้เป็นโรคที่รุนแรงและเรื้อรังแต่ด้วยความรู้ทางการแพทย์ในปัจจุบันสามารถรักษาให้โรคสงบลงและปราศจากภาวะแทรกซ้อนได้ไม่ยาก แต่ผู้ป่วยโรค เอส แอล อี ที่มีปัญหาต้องเข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลเพราะอาการหนัก หรือถึงขนาดเสียชีวิตส่วนใหญ่แล้วเกิดจากมีการติดเชื้อโรคแทรกซ้อน เช่น เป็นปอดบวม ติดเชื้อวัณโรค ติดเชื้อไทฟอยด์ ติดเชื้อราต่าง ๆ ทำให้การรักษาโรคยุ่งยากและซับซ้อนขึ้นมาก เนื่องจากการรักษาโรค เอส แอล อี ต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันหรือยาสเตียรอยด์ซึ่งการใช้ยาเหล่านี้ก็จะทำให้การกำจัดเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อยู่ในร่างกายของผู้ป่วยด้วยยาปฏิชีวนะต่าง ๆ ได้ผลไม่เต็มที่ หรือไม่สามารถกำจัดเชื้อออกไปได้ วิธีที่ดีที่สุดคือพยายามป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อขึ้นในระหว่างที่รักษาโรค เอส แอล อี อยู่ ดังนั้นผู้ป่วยโรค เอส แอล อี จึงควรหลีกเลี่ยงการไปอยู่ในสถานที่แออัดที่มีคนหนาแน่น อากาศไม่บริสุทธิ์ เพราะจะทำให้เข้าใกล้คนที่กำลังเป็นโรคติดเชื้อ เช่น ไข้หวัดหรือวัณโรค จะมีโอกาสติดเชื้อจากทางเดินหายใจได้ง่าย นอกจากนี้ยังต้องระวังเรื่องความสะอาดของอาหารที่รับประทาน   ไม่รับประทานอาหารที่ไม่สุกหรือไม่สะอาด เพราะจะมีโอกาสติดเชื้อโรคแบคทีเรียหรือเชื้อพยาธิต่าง ๆ ที่มากับอาหาร โดยเฉพาะเชื้อไทฟอยด์ ถ้ามีลักษณะที่บ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อ เช่น ไข้สูง หนาวสั่น มีตุ่มฝีหนองตามผิวหนัง หรือไอมีเสมหะสีเหลือง สีเขียว หรือมีปัสสาวะ แสบขัด ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ทันที นอกจากนี้ถ้าผู้ป่วยโรค เอส แอล อี กำลังได้รับการรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกันเช่น ยาอิมูเรน (imuran) หรือยาเอ็นด๊อกแซน (endoxan) ให้หยุดยานี้ชั่วคราวในระหว่างที่มีการติดเชื้อ
 
             ยานอกระบบ-คบไม่ได้ ผู้ป่วยโรค เอส แอล อี ไม่ควรรับประทานยาเองโดยไม่จำเป็น เพราะยาบางอย่างอาจทำให้โรคกำเริบได้ โดยเฉพาะยาคุมกำเนิด  ควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะใช้ยาอื่นที่นอกเหนือจากที่แพทย์สั่ง นอกจากยาแล้วอาหารเสริมหรือยาสมุนไพรบำรุงร่างกายบางอย่างก็ทำให้โรคกำเริบรุนแรงได้
เช่น โสม เพราะอาจจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กำเริบได้ ดังนั้นการจะรับประทานยาบำรุงหรืออาหารเสริมจึงควรปรึกษาแพทย์ที่รักษาโรค เอส แอล อี ก่อนว่ารับประทานได้หรือไม่
 
             มีบุตรได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุม ในระหว่างที่โรค เอส แอล อี ยังไม่สงบ ผู้ป่วยยังได้รับการรักษาและติดตามการรักษาอยู่ ควรมีการป้องกันการตั้งครรภ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากกำลังได้ยากดภูมิคุ้มกันอยู่ เพราะการตั้งครรภ์อาจทำให้โรคกำเริบได้ การป้องกันการตั้งครรภ์ไม่ควรใช้ยาคุมกำเนิดทั้งชนิดกินและฉีดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนอยู่ เพราะอาจทำให้โรคกำเริบได้ ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรใช้วิธีใส่ห่วงเพราะอาจเกิดการติดเชื้อโรคในช่องคลอดหรือมดลูกได้มากกว่าคนปกติ วิธีการป้องกันการตั้งครรภ์ที่แนะนำคือ การใช้ถุงยางอนามัยและการนับวันไข่ตก เมื่อโรค เอส แอล อี อยู่ในระยะสงบแล้วเป็นเวลามากกว่า 6 เดือน สามารถตั้งครรภ์ได้แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน และ ขณะตั้งครรภ์ ควรมีการติดตามโรคอย่างใกล้ชิดมากขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ เพราะบางครั้งโรคอาจกำเริบขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ได้ นอกจากนี้ช่วงคลอดบุตรและหลังคลอดบุตรระยะแรกก็ยังต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิดเช่นกัน
 
              มาตามนัด-ขจัดกำเริบและแทรกซ้อน ผู้ป่วยโรค เอส แอล อี ควรมาตรวจตามแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินภาวะของโรคและปรับเปลี่ยนการรักษาให้เหมาะสมกับตัวโรคในขณะนั้น ในระยะที่โรคกำลังกำเริบรุนแรงหรืออยู่ในช่วงปรับยา จำเป็นต้องมาบ่อย แต่ถ้าโรคสงบลงแล้ว อยู่ในช่วงกำลังปรับลดยาลง  แพทย์ก็จะนัดห่างออกไป ในขณะเดียวกัน ถ้าผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ เป็น ๆ หาย ๆ  มีบวมตามตัว มีผื่นขึ้น มีปวดข้อมากขึ้น ให้ไปพบแพทย์ก่อนนัด ผู้ป่วยโรค เอส แอล อี พึงตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท
 
              ดื่มนมสดและอาหารที่มีแคลเซียมสูง เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน ผู้ป่วยโรค เอส แอล อี มักจะได้รับการรักษาด้วยยาสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบจากภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ ผลข้างเคียงอันหนึ่งที่สำคัญของยาสเตียรอยด์เมื่อรับประทานไปเป็นเวลานาน ๆ คือ ทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุน ดังนั้นผู้ป่วยโรค เอส แอล อี จึงควรดื่มนมสด และรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง ๆ เช่น ปลากรอบ ปลาเล็กปลาน้อย เต้าหู้ก้อนแข็งสี่เหลี่ยม ให้ได้แร่ธาตุแคลเซียมในปริมาณที่มากพอในแต่ละวัน เพื่อป้องกันการเกิดภาวะกระดูกพรุน นอกจากนี้การออกกำลังกายที่เหมาะสมและสม่ำเสมอ ยังช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุนอีกด้วย
 
             ถ้าต้องการทำฟันหรือถอนฟัน ควรปรึกษาแพทย์ ผู้ป่วยโรค เอส แอล อี มีภูมิคุ้มกันที่ไม่ปกติ  รวมทั้งมีการรักษาด้วยยาสเตียรอยด์หรือยากดภูมิคุ้มกันทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้ง่าย การทำฟันหรือถอนฟันทำให้เชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในช่องปากมีโอกาสผ่านเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย เมื่อเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว เชื้อเหล่านี้อาจไม่ถูกกำจัดแล้วไปก่อให้เกิดการติดเชื้อที่อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงได้ ดังนั้นก่อนทำฟันหรือถอนฟัน จึงควรปรึกษาแพทย์  เพื่อแพทย์จะได้ประเมินความเสี่ยงและให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อมารับประทานก่อนทำฟันและหลังทำฟันต่อไป

    เดลินิวส์ 5 สิงหาคม 2550

    นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

     ด้วยความปรารถนาดีสำหรับทุกคน

Design by Kanyapak McManus : CSJOY.COM Be a fan on facebook fanpage
CSJOY.COM WEBBOARD-กระดานสนทนา

scarecrow.gif

สวัสดีค่ะ-  กลับเข้าสู่หน้าแรก : Go to main page  สวัสดีครับ

Copyright(c) by CSJOY.COM, All rights reserved. Identification Number of DBD Thailand 0207314801370